คำแถลงปิดท้าย คดีศาลปกครอง สหการ-อบจ อุบล


2026-06-22 15:52

จำนวนครั้งที่อ่าน 3

ข้อพิพาทในคดีนี้มิได้อยู่ที่การมีอยู่ของหนี้ตามสัญญาเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ว่า ในสถานการณ์ที่เกิดเหตุการณ์พิเศษซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง และหลักความเป็นธรรมหรือไม่ .
คำแถลงเพิ่มเติมของผู้ฟ้องคดี22มิถุนายน2569รอบ2
คดีหมายเลขดำ ........../........
ในศาลปกครอง.....................
________________________________________
เรื่อง คำแถลงเพิ่มเติมก่อนศาลมีคำพิพากษา
ข้าพเจ้า ผู้ฟ้องคดี ขอกราบเรียนต่อศาลด้วยความเคารพว่า
คำแถลงฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญซึ่งปรากฏในสำนวนทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลและเป็นการนำเสนอภาพรวมของข้อพิพาท เพื่อให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างครบถ้วนและรอบด้าน

ผู้ฟ้อง เป็นนิติบุคคล ที่ ได้รับอนุญาตประกอบการ รถแท็กซี่มิเตอร์ รายแรกในจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่ต้นปี 2554 มีพื้นที่รับผิดชอบให้บริการประชาชน ในเขตจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง  
คดีนี้มีลักษณะพิเศษ ผู้ฟ้องได้เข้ามา ร่วมการบริหารจัดการระบบและบริการ รถแท็กซี่มิเตอร์ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสาธารณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับถ่ายโอนภารกิจมาจากกรมการขนส่งทางบก
การดำเนินงานของผู้ฟ้องมิใช่กิจการที่มุ่งแสวงหากำไรโดยเสรีเช่นกิจการเอกชนทั่วไป หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสาธารณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีหน้าที่จัดให้ประชาชนได้รับบริการอย่างต่อเนื่องและเป็นระเบียบเรียบร้อย 
จึงขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้


ผู้ฟ้องจึงอยู่ในฐานะผู้ร่วมดำเนินภารกิจสาธารณะภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนด และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน
1. ลักษณะของกิจการของผู้ฟ้องภารกิจบริการสาธารณะ เป็นการเข้าบริการ และจัดการบริหารรถแท็กซี่มิเตอร์ ในสถานีขนส่ง เฉลิมพระเกียรติอุบลราชธานี ถือเป็นส่วนหนึ่ง ตามการมอบหมาย ได้รับสิทธิ จาก ผู้ถูกฟ้อง โดยมีเงื่อนไขปรากฏในสัญญา ทั้งสามฉบับ(ปรากฏตามอกสารที่มาในคำฟ้อง)
              จากข้อเท็จจริงในสำนวนแสดงให้เห็นว่า ผู้ฟ้องมีหน้าที่จัดระบบรถแท็กซี่มิเตอร์ภายในสถานีขนส่ง ดูแลความเป็นระเบียบ การจัดลำดับรถ การรับเรื่องร้องเรียน การควบคุมมาตรฐานผู้ขับขี่และยานพาหนะ ตลอดจนการให้บริการแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค ผู้ฟ้องไม่มีอิสระในการกำหนดราคาการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม บริการตามกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากถูกกำหนดอัตราค่าบริการและเงื่อนไขการดำเนินงานโดยฝ่ายปกครอง ลักษณะดังกล่าวจึงแตกต่างจากกิจการเชิงพาณิชย์ทั่วไป และมีลักษณะเป็นการร่วมดำเนินภารกิจบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ (ปรากฏตามเอกสารที่แนบในคำฟ้อง)
...................................................................

2. ข้อเท็จจริงโดยสรุป
ก่อนการทำสัญญาฉบับพิพาท ผู้ฟ้องได้รับสิทธิเข้าดำเนินการบริหารจัดการระบบรถแท็กซี่มิเตอร์ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 และดำเนินการตามสัญญาต่อเนื่อง (สัญญา 3 ฉบับ)มาเป็นเวลากว่าสิบปี
ในช่วงสัญญาฉบับที่ 2 ผู้ฟ้องได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาโดยครบถ้วน และได้ใช้สิทธิตามข้อ 13 ของสัญญา โดยยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ขอต่อสัญญาภายในกำหนดเวลา พร้อมเสนอผลประโยชน์ตอบแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกฟ้องมิได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอดังกล่าวแก่ผู้ฟ้อง แต่ต่อมาได้เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการจากลักษณะ “มอบสิทธิ” เป็น “สัญญาเช่า” และกำหนดให้มีการประมูลใหม่ ส่งผลให้ผู้ฟ้องต้องเข้าสู่กระบวนการแข่งขันและเสนอผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินภารกิจบริการสาธารณะดังกล่าวต่อไปได้
ผู้ฟ้องมิได้ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยสิทธิในการต่อสัญญาโดยตรง แต่ขอให้ศาลรับไว้เป็นข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดี การใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง ความชอบด้วยเหตุผลของการดำเนินการทางปกครอง และหลักธรรมาภิบาลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามสัญญาพิพาทในคดีนี้
หมายเหตุ

ผู้ฟ้องได้จัดทำ “เอกสารวิเคราะห์การใช้สิทธิตามข้อ 13 ของสัญญาฉบับที่ 2 และการพิจารณาต่อสัญญาบริหารจัดการรถแท็กซี่มิเตอร์” แนบเป็นเอกสารประกอบคำแถลงฉบับนี้ เพื่อแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริง เอกสารอ้างอิง และเหตุผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการก่อนการทำสัญญาฉบับพิพาท

ผู้ฟ้องมิได้ประสงค์ให้ศาลวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวแยกต่างหากจากประเด็นพิพาทในคดีนี้ แต่ขอให้ศาลรับไว้ประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์แห่งคดี และการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามสัญญาพิพาทโดยรวม ทั้งนี้ ตามเอกสารหมายเลข ............

…………………………………………….

3.ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
ในระหว่างอายุสัญญาฉบับพิพาท ได้เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะทั่วประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2564 ที่รัฐได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้มาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างจังหวัดอย่างเข้มงวด ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารและการเดินรถโดยสารสาธารณะลดลงอย่างมาก หลายช่วงเวลามีการหยุดเดินรถระหว่างจังหวัดเกือบทั้งหมด
ผลกระทบดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ฟ้อง หากแต่เกิดขึ้นต่อระบบขนส่งสาธารณะโดยรวม และส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานตามสัญญาพิพาทของผู้ฟ้อง
หมายเหตุ
ผู้ฟ้องได้จัดทำเอกสารวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อระบบขนส่งสาธารณะและการดำเนินงานตามสัญญาพิพาท แนบเป็นเอกสารประกอบคำแถลงฉบับนี้ ตามเอกสารหมายเลข ............

4. เหตุที่ผู้ฟ้องยังคงดำเนินกิจการต่อไป
แม้ผู้ฟ้องจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 แต่ผู้ฟ้องยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารจัดการระบบรถแท็กซี่มิเตอร์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้ละทิ้งภารกิจบริการสาธารณะที่รับผิดชอบ
ผู้ฟ้องได้มีหนังสือขอความช่วยเหลือ ขอปรับลดภาระค่าใช้จ่าย และทำหนังสือหารือแนวทางแก้ไขปัญหากับผู้ถูกฟ้องหลายครั้ง ก่อนที่จะมีหนังสือขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาและขอบอกเลิกสัญญาในเวลาต่อมา ปรากฏตามเอกสารแนบ เอกสารหมายเลข............
ผู้ฟ้องมิได้ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดตามสัญญา แต่ขอให้ศาลรับไว้เป็นข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาถึงเหตุผลและพฤติการณ์แห่งคดีโดยรวม
หมายเหตุ
ผู้ฟ้องได้จัดทำเอกสารวิเคราะห์เหตุแห่งการดำเนินกิจการต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์วิกฤต COVID-19 แนบเป็นเอกสารประกอบคำแถลงฉบับนี้ ตามเอกสารหมายเลข ............

5.การสมัครใจเข้าทำสัญญาเอง 

ในประเด็นที่ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เสนอผลตอบแทนเอง ยอมรับเงื่อนไขเอง และต้องรับความเสี่ยงจากการดำเนินกิจการนั้น ผู้ฟ้องคดีขอเรียนต่อศาลว่า ข้อเท็จจริงแห่งคดีมิได้เป็นเช่นนั้นโดยลำพัง หากแต่ต้องพิจารณาประกอบกับความสัมพันธ์และการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี
ผู้ฟ้องคดีได้ร่วมจัดทำบริการสาธารณะด้านการขนส่งมวลชนภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึงวันที่สิ้นสุดสัญญา โดยตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ถูกฟ้องคดีอย่างต่อเนื่อง ครบถ้วน และไม่เคยมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด
การเข้าทำสัญญาฉบับที่ 3 ในปี พ.ศ. 2563 นั้น ผู้ฟ้องคดีกระทำไปด้วยความเชื่อโดยสุจริตว่า ผู้ถูกฟ้องคดีในฐานะหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการตามขั้นตอนแห่งกฎหมาย ภายใต้อำนาจหน้าที่ และผ่านการพิจารณาของผู้มีอำนาจโดยถูกต้องแล้ว ทั้งนี้ เพราะผู้ฟ้องคดีมิใช่บุคคลภายนอกที่เพิ่งเข้ามาทำสัญญา หากแต่เป็นผู้ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจบริการสาธารณะกับผู้ถูกฟ้องคดีมาอย่างยาวนาน จึงมีเหตุอันสมควรที่จะเชื่อถือและไว้วางใจในการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ
ผู้ฟ้องคดีมิได้มีเจตนาแสวงหาประโยชน์เกินควรจากหน่วยงานของรัฐ และมิได้มุ่งหวังให้ผู้ถูกฟ้องคดีรับภาระแทนตนเอง หากแต่ได้เข้าร่วมดำเนินภารกิจบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา โดยเฉพาะเหตุสุดวิสัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการของภาครัฐที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนผู้โดยสารและการเดินทาง ผู้ถูกฟ้องคดีย่อมจะพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและให้ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาที่ร่วมปฏิบัติภารกิจสาธารณะมาโดยตลอด
ผู้ฟ้องคดีขอเรียนต่อศาลว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีมิได้ละทิ้งหน้าที่ มิได้หยุดการให้บริการ และมิได้รีบบอกเลิกสัญญา หากแต่ได้พยายามรักษาระบบบริการสาธารณะไว้เพื่อมิให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน พร้อมทั้งขอรับการพิจารณาความช่วยเหลือตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง
ด้วยเหตุนี้ ผู้ฟ้องคดีจึงขอความเป็นธรรมจากศาล โดยขอให้พิจารณาถึงเจตนาสุจริต ความไว้วางใจโดยชอบต่อการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ และพฤติการณ์แห่งคดีทั้งหมดประกอบกัน มิใช่พิจารณาเฉพาะข้อเท็จจริงว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เข้าทำสัญญาหรือเป็นผู้เสนอผลตอบแทนแต่เพียงด้านเดียว เพราะการเข้าทำสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์ในการร่วมจัดทำบริการสาธารณะกับผู้ถูกฟ้องคดีมาเป็นเวลายาวนาน และภายใต้ความเชื่อโดยสุจริตว่าหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายและจะปฏิบัติต่อคู่สัญญาด้วยความเป็นธรรมเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีฝ่ายใดคาดหมายได้ล่วงหน้า

6. ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
ข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าจำนวนผู้โดยสาร จำนวนเที่ยวรถ และรายได้จากการใช้บริการสถานีขนส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับประมาณการเดิม โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ปรากฏจากเอกสารและรายงานของผู้ถูกฟ้องเอง ปรากฏรายละเอียดรายงานการเข้าใช้บริการสถานีขนส่ง เป็นรายปี
ผู้ฟ้องขอให้ศาลรับข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ประกอบการพิจารณาว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในระบบขนส่งสาธารณะโดยรวม มิใช่ข้อกล่าวอ้างเฉพาะของผู้ฟ้อง

ผู้ฟ้องมิได้อ้างสถานการณ์ COVID-19 เพื่อปฏิเสธความผูกพันตามสัญญา แต่ขอให้ศาลพิจารณาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่มีผลต่อความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญา และเป็นปัจจัยที่ฝ่ายปกครองควรนำมาประกอบการใช้ดุลพินิจตามหลักความเป็นธรรมและความได้สัดส่วน



หมายเหตุ
ผู้ฟ้องได้จัดทำการวิเคราะห์จำนวนผู้โดยสาร จำนวนเที่ยวรถจาก รายได้ที่จัดเก็บได้จริงการเข้าใช้บริการสถานีขนส่งฯ ที่เชื่อมโยงกับ จำนวนคนโดยสารที่จะบริการเชื่อมต่อกับรถบริการสาธารณะ (แท็กซี่มิเตอร์) และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการดำเนินงานตามสัญญาพิพาท แนบเป็นเอกสารประกอบคำแถลงฉบับนี้ ตามเอกสารหมายเลข ............

7. ประเด็นอำนาจตามกฎหมายและขั้นตอนตามกฎหมาย
คดีนี้มีประเด็นเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินการตามสัญญาพิพาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐ การดำเนินภารกิจบริการสาธารณะ และการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ว่าการดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาพิพาทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องครบถ้วนเพียงใด รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ การให้ความเห็นชอบ การตรวจร่างสัญญา และกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้
ทั้งนี้ ผู้ฟ้องมิได้มุ่งหมายให้ศาลวินิจฉัยเฉพาะข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีเท่านั้น แต่ขอให้ศาลพิจารณาถึงความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจทางปกครองในภาพรวม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารกิจการสาธารณะภายใต้หลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลต่อไป
เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับทรัพย์สินของรัฐ การจัดบริการสาธารณะ และการใช้อำนาจทางปกครอง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลได้โปรดพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ขั้นตอน และความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินการดังกล่าวอย่างรอบด้าน แม้ในส่วนที่คู่กรณีอาจมิได้ยกขึ้นเป็นประเด็นโดยตรงก็ตาม

ในการนี้ ผู้ฟ้องขอให้ศาลพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ประกอบการวินิจฉัยคดี
1. ผู้ถูกฟ้องได้นำข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน มาประกอบการใช้ดุลพินิจหรือไม่
2. ผู้ถูกฟ้องได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากสถานการณ์ COVID-19 และมาตรการของรัฐอย่างเพียงพอหรือไม่
3. การบอกเลิกสัญญา การริบหลักประกันสัญญา และการเรียกชำระหนี้ เป็นมาตรการที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและเป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนหรือไม่
4. การดำเนินการตามสัญญาพิพาทและการใช้ดุลพินิจของผู้ถูกฟ้อง สอดคล้องกับหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล และหลักความเป็นธรรมหรือไม่
"ข้อพิพาทที่แท้จริงแห่งคดี"
ข้อพิพาทในคดีนี้มิได้อยู่ที่การมีอยู่ของหนี้ตามสัญญาเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ว่า ในสถานการณ์ที่เกิดเหตุการณ์พิเศษซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง และหลักความเป็นธรรมหรือไม่

8. หลักความได้สัดส่วนและความเป็นธรรม
มาตรการที่ฝ่ายปกครองเลือกใช้ต้องมีความเหมาะสมและได้สัดส่วนกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อวิกฤตโควิดส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งทั้งระบบ การพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อบรรเทาภาระของผู้ร่วมดำเนินบริการสาธารณะย่อมเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน
9.หลักธรรมาภิบาล
คดีนี้เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส หลักความรับผิดชอบ หลักความเป็นธรรม และหลักประโยชน์สาธารณะ การบริหารกิจการสาธารณะมิได้มุ่งเพียงผลตอบแทนทางการเงิน แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ร่วมดำเนินภารกิจสาธารณะและประชาชนผู้ได้รับบริการด้วย
ผู้ฟ้องขอให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยเชื่อมโยงกับบริบทของวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีคู่สัญญาฝ่ายใดสามารถคาดหมายหรือควบคุมได้ ขอให้ศาลพิจารณาถึงลักษณะของภารกิจบริการสาธารณะที่ผู้ฟ้องได้ดำเนินการมาเป็นเวลายาวนาน และความพยายามของผู้ฟ้องในการรักษาประโยชน์สาธารณะตลอดช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต รวมทั้งพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจทางปกครองตามหลักนิติธรรม หลักความได้สัดส่วน และหลักธรรมาภิบาล

9.ปิดท้าย

ผู้ฟ้องขอกราบเรียนต่อศาลด้วยความเคารพว่า คดีนี้มิใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะกันระหว่างคู่กรณี หากแต่เป็นการขอให้มีการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจทางปกครองภายใต้สถานการณ์วิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้ฟ้องเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมและเชื่อมั่นในดุลพินิจของศาล

ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกอบการที่ได้ร่วมจัดทำบริการสาธารณะกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีมาเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ถูกฟ้องคดี และมุ่งหมายให้ประชาชนได้รับบริการที่ต่อเนื่องและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาโดยตลอด
เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีฝ่ายใดคาดหมายได้ล่วงหน้า ผู้ฟ้องคดีมิได้ละทิ้งภารกิจ มิได้หยุดการให้บริการ และมิได้รีบบอกเลิกสัญญา หากแต่พยายามประคับประคองการดำเนินงานและขอรับการพิจารณาความช่วยเหลือตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ตลอดการดำเนินคดี ผู้ฟ้องคดีพยายามนำเสนอข้อเท็จจริง เอกสาร และข้อมูลต่าง ๆ ต่อศาลอย่างครบถ้วน เพื่อให้ศาลได้เห็นภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งในส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อผู้ฟ้องคดี ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสถานีขนส่งผู้โดยสาร และกระบวนการตัดสินใจของฝ่ายปกครองที่เป็นเหตุแห่งข้อพิพาทในคดีนี้
ผู้ฟ้องคดีเชื่อมั่นว่า ศาลปกครองมิได้มีเพียงการวินิจฉัยข้อพิพาทระหว่างคู่ความเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมาตรฐานแห่งความเป็นธรรมในการใช้อำนาจทางปกครอง อันจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ เอกชนผู้ร่วมจัดทำบริการสาธารณะ และประชาชนผู้ได้รับบริการในอนาคต

คดีนี้อาจมีผลต่อคู่กรณีโดยตรงเพียงสองฝ่าย แต่หลักการที่ศาลจะวางไว้ในคดีนี้ย่อมมีความสำคัญต่อการดำเนินภารกิจสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ และต่อผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมจัดทำบริการสาธารณะในอนาคต ผู้ฟ้องจึงขอความกรุณาจากศาลได้โปรดพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อคู่กรณีและต่อระบบการบริหารกิจการสาธารณะโดยรวม


ด้วยเหตุนี้ ผู้ฟ้องคดีจึงขอความกรุณาจากศาลได้โปรดพิจารณาคดีโดยมองข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของกฎหมาย ข้อเท็จจริง ความสุจริตใจของคู่สัญญา และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้คำพิพากษาในคดีนี้ก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความ และเป็นแนวทางอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการภายใต้หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส และหลักธรรมาภิบาล ผู้ฟ้องคดีขอกราบขอบพระคุณศาลที่ได้กรุณารับฟังข้อเท็จจริงและพิจารณาคดีนี้ด้วยความเป็นธรรมตลอดมา ขอให้ศาลได้โปรดเมตตา พิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และหลักกฎหมายทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ให้เป็นบรรทัดฐานที่ดีในการบริหารกิจการสาธารณะภายใต้หลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลต่อไป

ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
ผู้ฟ้องคดี

การเตรียมพร้อม สร้างความเข้าใจ โดยการวิเคราะห์ตามตัวอย่าง ถือเป็นยุทธวิธีที่ สร้างความชำนาญในการวิเคราะห์ นำมาซึ่งการตัดสินใจที่มีประสิทะิภาพ

บริการเว็บไซต์โดย 8columns.com

phone messenger line